ทำไมใครๆก็ไป…โอซาก้า

📌 ปักหมุดที่เที่ยวปังๆและเหตุผลดีที่ทำไมใครๆก็ไปโอซาก้า
เอ้า…ใครที่ลังเลว่าถ้าไปญี่ปุ่นจะเริ่มต้นไปเที่ยวที่เมืองไหนดี
แนะนำให้มาเที่ยวโอซาก้าครับดูครับ แล้วจะติดใจเพราะ…
 1. โอซาก้าเดินทางง่ายมาก จากไทยแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น และมีเที่ยวบินบินตรงหลายสายการบิน ซึ่งเราสามารถเช็กราคาและจองตั๋วเครื่องบินผ่าน Traveloka ได้เลย สะดวกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นราคาที่คุ้มค่า เพราะมีคูปองส่วนลดมาให้ตลอด ยิ่งใครที่ลองใช้ครั้งแรกนะเค้าจะมีคุปองให้เลยรับรองคุ้ม เวลาจองตั๋วก็จองผ่านแอป พอจองเสร็จก็ได้ตั๋วเครื่องบินทางอีเมล์เลยทันที และถ้ามีปัญหาฉุกเฉินนะ โทรหา Customer ได้เลย เพราะเค้ามีบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงเลย อุ่นใจเลย ไม่ต้องหัวร้อนเวลาตั๋วมีปัญหา จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น
2. โอซาก้าเป็นเมืองที่มีที่เที่ยวเยอะมาก จะเอาแบบไหนล่ะ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน มิวเซียม แหล่งช็อป ร้านอาหาร สวนสนุก คือพร้อมมากจริงๆ
3. การเดินทางในโอซาก้าสะดวกมาก มีรถไฟฟ้าเชื่อมต่อตลอด ไปไหนมาไหนเลยสะดวก ไม่แนะนำให้นั่งแท็กซี่นะครับ เพราะแพงมาก
4. สายแชะ สายแชร์ มาที่นี่ไม่มีผิดหวัง เพราะตรงไหนก็ถ่ายรูปเล่นได้ เมืองเค้าสวย เต็มไปด้วยสีสันและความสนุก ยิ่งในย่านดังอย่างดงโทบุริ บอกเลยว่าเดินเพลินๆ เล่นๆ ย่านเดียวอยู่ได้ทั้งวันจ้า 5. คาเฟ่เพียบเลยนะ แต่ละร้านน่ารักทั้งนั้น อาจจะไม่ได้มุ้งมิ้งมาก แต่ด้วยสไตล์และเอกลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ลงตัวในแบบญี่ปุ่น ก็ทำให้คาเฟ่เค้ามีสไตล์ที่น่าเที่ยว ไม่แพ้ประเทศไหนๆ
6. ร้านอร่อยเพียบ ใครมาโอซาก้า แล้วไม่เจริญอาหารผมว่าแปลก คืออาจจะมีนะ แต่ผมว่าส่วนน้อยมาก เพราะอาหารที่เมืองนี้ไม่ว่าจะเป็น ทาโกะ ซาซิมิ ราเมน คือดีอ่ะ ให้เยอะ และเผลอๆราคาก็ถูกกว่าบ้านเราอีกนะ
7. มาโอซาก้าก็สามารถทะลุมิติต่อไปเมืองอื่นได้สบายมาก ไม่ว่าจะเป็น เกียวโต นารา โกเบ อย่างเกียวโต คุณเอ๊ย นั่งรถไฟเร็วแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วจ้า สะดวกมาก
8. มีอะไรให้ทำเยอะ โดยส่วนตัวผมว่าโอซาก้าเป็นเมืองที่เพลิดเพลินมากเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดินช็อป สวนสนุกเจ๋งๆ สวนสาธารณะ มิวเซียม ซึ่งต้องยอมรับว่ามิวเซียมที่ญี่ปุ่นนี่ดีมากๆ ในหลายๆที่ อย่างมิวเซียมสัตว์น้ำ Osaka Aquarium Kaiyukan ก็ต้องบอกว่าสุดจริงๆ ทั้งสวยและดีเป็นมิวเซียมที่คุณไม่ควรพลาด
9.ร้านสะดวกซื้อ ห้าง ตลาดเยอะมาก บางมื้ออยากเซฟก็เข้าร้านสะดวกซื้อ มีอาหารขนมหน้าตาดีๆ รสชาติโอเคให้เลือกเพียบ ญี่ปุ่นมีแต่ของอร่อยจริงๆ  
10. มีที่พักให้เลือกเยอะมาก ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน เพราะฉะนั้นสามารถเลือกพิกัด ทำเล ราคา ได้ตามสภาพความคล่องทางการเงินได้เลยครับ ใครว่าเที่ยวเจแปนแล้วจะแพง ถ้าแพลนดีๆ รับรองเลยว่าราคาไม่แรงอย่างที่คิดครับ

พร้อมจะไปเที่ยวโอซาก้ากันหรือยังครับ มีพิกัดเด็ดเที่ยวโอซาก้ามาฝาก รับรองว่าถ้าไปแล้วจะต้องชอบ
OSAKA
📌 OSAKA AQUARIUM KAIYUKAN มิวเซียมสัตว์น้ำสุดอลังการ
📌 TEMPOZAN GIANT FERRIS WHEEL ชิงช้าสวรรค์ชมวิว
📌 EXPO’ 70 COMMEMORATIVE PARK
สวนสาธารณะใหญ่สุดในโอซาก้า
📌 NIFREL มิวเซียมสัตว์น้ำที่เหมือนนิทรรศการศิลปะ
📌 REDHORSE OSAKA WHEEL ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น
📌 UMEDA SKY BUILDING ชมวิวโอซาก้ายามค่ำคืนแบบ 360 องศา
📌 TSUTENKAKU TOWER หอคอยสัญลักษณ์ของโอซาก้า
📌 SHINSEKAI และแหล่งกินเที่ยวช็อป
📌 NAMBA YASAKA SHRINE ศาลเจ้าย่านนัมบะ
📌 DONTOBURI ย่านกินเที่ยวช็อปสุดฮิต
📌 OSAKA MUSEUM OF HOUSING AND LIVING
ย้อนยุคไปกับมิวเซียมแบบเอโดะ
📌 HIRAKATA T-SIDE BOOK CAFÉ คาเฟ่หนังสือที่ใหญ่มาก

EXPO’ 70 COMMEMORATIVE PARK

สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโอซาก้า มีพื้นที่พันกว่าไร่ สัญลักษณ์ที่เห็นแล้วรู้เลยว่าเรามาถึงแล้วก็คือ
Tower of the Sun หรือหอคอยพระอาทิตย์
แต่เป็นแฉกคล้ายกับดาวซะอย่างนั้น
เป็นรูปปั้นที่มีความสูงราว 70 เมตร ใครมาที่นี่ก็มักจะถ่ายกับหอคอยพระอาทิตย์ทั้งนั้น
และด้วยความที่สวนมันกว้างมาก เดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว
ที่นี่เค้าก็มีรถรางให้นั่งชมสวนโดยรอบแบบสบายๆ ราคาคนละ 350 เยน เราก็จะได้ชมสวนโดยรอบแบบไม่ต้องเดิน ก็เพลินไปอีกแบบครับ

สวนที่นี่สวยครับ มีความอุดมสมบูรณ์ สะอาด และมีความคล้ายป่าธรรมชาติ อากาศดี ต้นไม้ดอกไม้สวยไปหมด เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนจริงๆ ส่วนมากคนที่มาสวนนี้มักจะเป็นครอบครัว มาตั้งเต็นท์ ปิกนิก เดินเล่น วันที่ผมไปมีเปิดท้ายขายของด้วย บรรยากาศสนุกสนานดีครับ

การเดินทาง นั่งรถไฟOsaka Monorail ไปลงที่ Banpakukinenkoen Station
เปิดทุกวัน 9:30-17:00 น.
ค่าเข้าชม 250 เยน

REDHORSE OSAKA WHEEL

นี่คือชิงช้าสวรรค์ที่เค้าว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่น…มันจะหวาดเสียวแค่ไหนนะ??

มาEXPOCITY แล้ว ก็ขอแวะชมวิวย่านนี้หน่อยแล้วกัน ด้วยการนั่งชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น แต่เอาจริงๆพอนั่งแล้วก็ไม่ได้หวาดเสียวมากนะครับ ด้วยความที่ชิงช้าเค้าแข็งแรง ปลอดภัยสูง และไปอย่างช้าๆ ให้เราได้มีเวลาถ่ายรูป ชมวิว และค่อยๆไต่ความสูงจนไปถึงจุดสูงที่สุด
และชิงช้าที่นี่ดีตรงที่ทุกอันเหมือนกัน เป็นพื้นใส กระจกใส มองวิวสวยๆได้รอบเลย

การเดินทาง นั่งรถไฟ Osaka Monorail ไปลงที่ Banpakukinenkoen Station

เปิดทุกวัน 10:00-23:00 น. (*รอบสุดท้าย 22:40 น.)
ค่าเข้าชม 1,000 เยนต่อคน อายุต่ำกว่า 3 ขวบขึ้นฟรี

NIFREL

#ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เวลามาเที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้วจะตื่นตาตื่นใจตลอด
ที่นี่ก็เช่นกัน…ที่ทำให้อความเรียม กลายเป็นนิทรรศการศิลปะสุดอลังได้ เค้าก็จัดแสดงสัตว์น้ำอ่ะนะครับ แต่การจัดแสดงไม่ธรรมดาเลย แบ่งเป็นโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

COLORS ที่โชว์สีสันของปลาและแสงของห้องที่จัดแสดง ABILITIES โซนที่จะทำให้เห็นความสามารถในการพรางตัวของสัตว์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ
SHAPESโซนที่ทำให้เราเห็นสัตว์ที่มีรูปร่างแปลก มีการจัดไฟทำให้ดูสวยงาม ภายในโซนจัดไฟส่องจากด้านล่าง ทำให้เห็นรูปลักษณ์ของปลาดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ
และที่ชอบมากสุดคือ WONDER MOMENTS โซนนี้คือภาพที่เห็นอยู่นี่ล่ะครับ โซนนี้ไม่มีสัตว์น้ำ แต่จัดแสดงแสงสีเสียงจัดเต็ม ลวดลายกราฟฟิค แสงไฟสะท้อน เพลงประกอบ โอ๊ย…คือเหมือนหลุดออกไปในห้วงจักรวาล สวยมากๆ

และไม่ได้มีแค่สัตว์น้ำ เสือก็มี จระเข้ก็มา นก นาก อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน มีร้านขายของที่ระลึกนะครับ เผื่อหลงรักสัตว์ตัวไหนจะได้ซื้อเป็นที่ระลึกได้

การเดินทาง นั่งรถไฟOsaka Monorail ไปลงที่ Banpakukinenkoen Station
เปิดทุกวัน 10:00-20:00 น.(*อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 2,000 เยน, เด็กประถม 1,000 เยน, เด็กต่ำกว่า 3 ขวบ 600 เยน

HIRAKATA T-SIDE BOOK CAFÉ

#ที่นี่เป็น BOOK CAFE ที่ใหญ่มาก
มีหนังสือเยอะมาก และบรรยากาศดีมาก
ทำไมโอซาก้าถึงมีแต่ที่เฟี้ยวๆแบบนี้…
ที่นี่ก็เป็นคาเฟ่อีกหนึ่งแห่งครับที่ผมอยากให้คุณมา

เพราะที่นี่เป็นคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือ ที่คุณสามารถเปิดอ่านหรือซื้อกลับได้ แต่มันไม่ได้มีแค่หนังสือ
มีของใช้หลายอย่างรวมอยู่เยอะมาก เสื้อผ้า รองเท้า หมวก ร่ม กระเป๋า ซีดีเพลง หนัง ร้านสตาบัค ฯลน
คือเราสามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ค่อนวันเหมือนกันนะ
ที่สำคัญถ่ายรูปมาสวยด้วย ถ่ายกับหนังสือนี่แหละ
ได้ฟีลชิคสุดๆ ลองแวะมาดูนะครับ คุณเห็นด้วยกับผมแน่ๆ

การเดินทาง นั่งรถไฟลงที่ Hirakatashi station เดินตามป้าย T-SITE คาเฟ่นี้จะอยู่ในตึก SUN PLAZA

OSAKA CASTLE

#มาถึงโอซาก้า…ไม่แวะที่นี่ก็คงเหมือนมาไม่ถึง 555
บอกก่อนเลยว่ามาที่นี่ใช้กำลังขาพอสมควรนะ ถ้าอยากเที่ยวให้ทั่วรอบปราสาท เพราะที่นี่กว้างมาก และถ้ามาจากรถไฟฟ้าก็ใช้เวลาเดินพอสมควรครับ
แต่เค้าก็มีบริการรถรับส่งจากปากทางไปถึงหน้าปราสาท คนละ 300 เยนนะ เผื่อใครที่พาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุมาเที่ยวด้วย จะได้สบายใจ ว่ายังพอมีเครื่องทุ่นแรงอยู่ จะได้ออมแรงไว้เดินเล่นที่บริเวณปราสาท

ที่นี่ถ้าเราเดินเล่นรอบๆ ไม่เข้าปราสาทจะไม่เสียเงินครับ
แต่ถ้าเราจะเข้าไปชมด้านในก็จะมีค่าเข้า โดยข้างในมีทั้งหมด 8 ชั้น มีลิฟท์นะครับ ไม่ต้องกลัวเมื่อย แต่รอนาน เดินเอาไวกว่าครับ ทั้ง 8 ชั้น จะมีดังนี้

ชั้น1 ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ ร้านขายของที่ระลึก
ชั้น 2-4 จัดแสดงข้อมูลของปราสาทและสิ่งของ
ชั้น 5 จำลองฉากสงคราม
ชั้น 6 ปิด
ชั้น 7 จัดแสดงชีวประวัติของ Toyotomi Hideyoshi
ชั้น 8 จุดชมวิวเมืองโอซาก้าแบบ 360

การเดินทาง ลงได้หลายสถานีครับ แต่ที่ใกล้น่าจะเป็น สถานี Tanimachiyonchome รถไฟใต้ดินสาย Tanimachi Line (Exit 1-B)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน
เปิดทุกวัน 9:00 – 17:00 น. (เข้าก่อน 16:30 น.)

DOTONBORI

#ย่านช็อปปิ้งที่เต็มไปด้วยของกิน แหล่งช็อป
มาย่านนี้ถ้าไม่ได้มาถ่ายกับป้ายกูลิถือว่ามาไม่ถึงนะเออ ฮอตฮิตมาก คนมาไม่ขาดสาย ไม่เคยโล่งเลยถนนเส้นนี้
และย่านนี้ยังมีร้านอาหารเด็ดๆมากมายนะครับ ถ้ามาแล้วต้องลองทาโกะยากิ ที่จะเป็นปลาหมึกอยู่หน้าร้าน
ช็อปปิ้งที่ดองกี้โอเต้ ซึ่งสาขาตรงดงโทบุรินี่ใหญ่มาก แถมเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ
และตรงถนนเส้นนี้ยังสามารถเดินไปยัง Shinsaibashisuji Shotengai ถนนช็อปปิ้ง
มีร้านต่างๆ มากมาย ทั้งร้านขายสินค้าแฟชั่น และคาเฟ่ ร้านอาหาร อยากได้อะไรมีหมด

การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Midosuji Line ลงที่สถานี Namba จากนั้นเดินต่อประมาณ 4 นาที

ดูหอคอย TSUTENKAKU TOWER
ช็อปของอร่อยที่ SHINSEKAI

#อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของโอซาก้าคือ หอคอย Tsutenkaku ที่อยู่ในย่าน ชินเซไกครับ
ถ้ามาย่านนี้นอกจากจะขึ้นไปชมวิวบนหอคอยสวยๆได้แล้ว ยังเดินเล่นถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลิน
ผมชอบที่นี่ยามค่ำคืนนะ เพราะเต็มไปด้วยแสงสี ไม่ว่าจะจากหอคอยหรือจากร้านค้าในย่านนั้น มีจุดที่คนนิยมถ่ายรูปเล่นหลายจุดเลยครับ และย่านชินเซไกยังเต็มไปด้วยร้านอาหารเยอะมาก มีทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน คาเฟ่ ร้านขายของ และแถวๆนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกให้หลายร้าน และถ้าเห็นรูปปั้นที่หน้าตาคล้ายลิง ก็คงสงสัยว่าเค้าเป็นใคร เค้าคือบิลลิเคน (Billikan) หรือเทพแห่งโชคลาภที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้ครับ

การเดินทาง นั่งรถไฟมาลงสถานี แล้วเดินแค่ 5 นาทีจากสถานีต่อไปนี้ Midosuji หรือ Tanimachi

OSAKA AQUARIUM KAIYUKAN

ผมชอบ aquarium นี้มาก…
#ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ซึ่งพอเราเข้าไปข้างในก็ไม่ผิดอย่างที่เค้าบอกไว้เลยครับ นอกจากความสวยแล้ว ก็มีปลาหลากหลายชนิดที่ไม่เคยเห็น เส้นทางที่เค้าทำไว้สำหรับเดินชมก็ดีด้วย เราเดินไล่จากชั้นบนลงล่าง เหมือนเดินจากพื้นดินลงสู่ก้นมหาสมุทร
ที่นี่จำลองบรรยากาศได้เหมือนบ้านของปลาจริงๆ ดูแล้วไม่รู้สึกว่าเค้าทรมานอยู่ในตู้ 55
ไฮไลท์ที่นี่น่าจะเป็นตู้กระจกใหญ่ที่เหมือน มหาสมุทรแปซิฟิก ใช้น้ำเยอะถึง 5,400 ตัน ไม่ต้องถามนะว่าใหญ่ขนาดไหน แล้วก็เจอกับนี่เลย ฉลามวาฬตัวใหญ่มาก ว่ายไปว่ายมาให้เราดูกันใกล้ๆ
ที่นี่ไม่ได้มีแค่ปลานะ ยังมีปะการัง แมงกะพรุน มีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วยนะครับและพืชอีกหลายชนิดเลย
มาโอซาก้าห้ามพลาดที่นี่

การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Osaka City Subway Chuo line ลงที่สถานี Osakako ทางออก หมายเลข1 แล้วเดินต่อ ประมาณ 11 นาที

เปิดทุกวัน 10.00 น. – 20.00 น. * เข้าชมรอบสุดท้ายได้ก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง*
ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 2,300 เยน เด็กโต (อายุ 7-15 ปี) 1,200 เยน
เด็กเล็ก (อายุ 4 – 6 ปี) 600 เยน

UMEDA SKY BUILDING

#ชวนมาชมวิวเมืองโอซาก้ายามค่ำคืนกันครับ
ตึก UMEDA เป็นตึกแฝดครับ มีสะพานเชื่อมถึงกัน สูง 40 ชั้น มีดาดฟ้าเป็นจุดชมวิว 360 องศา ใครจะเข้าไปชมวิวนี่ต้องซื้อบัตรก่อนนะครับ แนะนำให้จองแบบออนไลน์มาเลยก็ดี เพราะมาต่อคิวนี่บางทีก็อาจจะรอนานเหมือนกัน

เมื่อขึ้นไปถึงแล้วเราจะสามารถชมวิวแบบผ่านกระจก หรือออกไปชมวิวถ่ายรูปที่ดาดฟ้าได้เลยครับ
บรรยากาศดีมาก อากาศหนาวเลยทีเดียว
และวิวยามค่ำคืนของโอซาก้านั้นก็จะเต็มไปด้วยแสงสี สวยงามไปหมดเลยครับ ขึ้นมาแล้วจะได้ภาพกับวิวสวยๆกลับไปทุกคน
ปล.ถ้ามากลางวันก็จะได้วิวอีกแบบนะครับ แต่ผมชอบวิวกลางคืนมากกว่า

การเดินทาง ลงที่สถานี Umeda (Midosuji Line) Exit 5 เดินต่อ 15 นาที ให้เดินเข้าทางลอดรถไฟ ออกมาจะเจอกับตึก Umeda Sky Building

เปิดทุกวัน: 10:00-22:30 (เข้าชมได้ถึง 22:00)
ค่าเข้าชม: 1000 เยน เด็กเล็ก 500 เยน เด็กโต 700 เยน

NAMBA YASAKA SHRINE

ถ้ามาเที่ยวย่านนับบะ อย่าพลาดที่นี่ครับ
#ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ” เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของที่นี่คือ หัวสิงโตปั้นหน้าตาดุดันขนาดใหญ่
ใครมาที่นี่ก็มักจะมาขอพรขอโชคเรื่องงานหรือเรื่องเรียนนะครับ เพราะเชื่อว่าปากของสิงโตนั้นจะกลืนกินสิ่งที่ไม่ดีเข้าไป และมอบโชคลาภให้กับเรา
ซึ่งหัวสิงโตของศาลเจ้าแห่งนี้แหละคือจุดที่ได้รับความนิยมในการมาถ่ายรูปเยอะมาก
เอาจริงๆหน้าตาดูดุ แต่ถ่ายออกมาสวยแฮะ ดูคูลไปเลย
ใครมาย่านนัมบะอย่าลืมแวะมานะครับ อยู่ห่างจากป้ายกูลิโกะแค่ 15 นาทีเอง

การเดินทาง ลงสถานี Numba Station เดินต่อไปอีกประมาณ 5-10 นาที
เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 6:00 – 17:00 น.

Osaka Museum of Housing and Living

พิพิธภัณฑ์สมัยที่จำลองยุคเอโดะ
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีลูกเล่นน่าสนใจครับ ตอนเดินเข้าไปก็ดูเพลินๆ ชมบ้านเรือนข้าวของในยุคสมัยเอโดะ มีชุดกิโมโนให้เช่าด้วยนะ ที่นี่ราคาไม่แพง เผื่อใครอยากใส่ถ่ายรูปเข้ากับฉาก
แต่ความพีคมันอยู่ที่ว่า เฮ้ย…เหมือนเราหลุดเข้าไปในยุคนั้นเลย มีเอฟเฟค ฝนตก ตอนเช้า ตอนกลางวัน กลางคืน
ที่ให้สีให้แสงเหมือนจริงมาก แบบทำให้เราเห็นด้วยตาตัวเองเลยว่า
สมัยเอโดะนั้นช่วงกลางคืนกลางวัน มันเป็นยังไง ได้ฟีลสุดๆครับ ชอบเลยทีเดียว สนุกดี 555

นอกจากนี้ยังมีจัดแสดงโมเดลบ้านเรือนจำลอง และของใช้ในยุคเก่าด้วย มีขายของที่ระลึก และมีมุมให้เราได้เห็นภาพของพิพิธภัณฑ์ในมุมสูง

การเดินทาง ลงที่สถานี Tenjimbashi-suji Rokuchome ทางออก 3 จะเจอลิฟท์ ให้ขึ้นไปที่ชั้น 8 ก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์ Osaka Museum of Housing and Living

ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์โอซาก้า Osaka Museum of Housing and Living
เปิดทุกวัน 10:00 – 17:00 น. (เข้าชมก่อน 16:00 น.)
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 300 เยน

TEMPOZAN GIANT FERRIS WHEEL

#อยากชมวิวสวยของริมอ่าวโอซาก้าก็นี่เลยครับ ชิงช้าสวรรค์เป็นคำตอบ 555
ยิ่งชมวิวตอนพระอาทิตย์ตกนะสวยมากเลย จะมีให้เลือก 2 แบบคือกระเช้าแบบเป็นสี กับแบบใสๆ ซึ่งแบบใสๆนั้นรอคิวนานกว่าครับ เพราะมีแค่ 6 กระเช้าเท่านั้น
ถ้านั่งตอนกลางคืนก็จะเห็นแสงไฟจากบริเวณรอบๆ ก็สวยงามไปอีกแบบครับ ใช้เวลานั่งรอบละ 15 นาทีโดยประมาณ

การเดินทาง (อยู่ใกล้ OSAKA AQUARIUM KAIYUKAN )นั่งรถไฟสาย Osaka City Subway Chuo line ลงที่สถานี Osakako ทางออก หมายเลข1 แล้วเดินต่อ ประมาณ 11 นาที

เปิดทุกวัน 10.00 – 22.00 น. (รอบสุดท้ายปิดรับตอน 21.30 น.)
ค่าเข้าชม 800 เยน

นี่แค่ที่เที่ยวส่วนหนึ่งในโอซาก้าเท่านั้นเองนะ ยังเยอะและน่าสนใจขนาดนี้ เพราะฉะนั้นถ้าได้มาเที่ยว มาสัมผัสเมืองโอซาก้าของญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้วล่ะก็ คุณจะรู้เลยว่าโอซาก้ามันกู๊ดมากจริงๆ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*